สพฉ. เตรียมพร้อมรับเทศกาลปีใหม่ 2569 เฝ้าระวังอุบัติเหตุ “ง่วงไม่ขับ ชีวิตไม่เสี่ยง” ดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
- 27 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 28 ธ.ค. 2568

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) นำโดย ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ.แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมของระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางจำนวนมากทั้งเพื่อกลับภูมิลำเนาและใช้เวลาสังสรรค์กับครอบครัวและคนที่รัก
การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การรณรงค์“ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ ง่วงไม่ขับ ชีวิตไม่เสี่ยง”โดยมี นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
สถิติ 10 วันอันตรายปีใหม่ 2568
อุบัติเหตุยานยนต์ยังคงเป็นปัญหาหลัก
ดร.พิเชษฐ์ เปิดเผยข้อมูลจาก ศูนย์นเรนทร สพฉ.ระบุว่าในช่วง 10 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่ผ่านมาการออกปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินที่พบมากที่สุดคือ อุบัติเหตุจากยานยนต์
จำนวนการออกปฏิบัติการรวม 18,643 ครั้ง
ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) 2,324 ราย คิดเป็น 13.32%
ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน (สีเหลือง) 13,678 ราย คิดเป็น 78.42%
ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่เร่งด่วน (สีเขียว) 1,439 ราย คิดเป็น 8.26%
มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรวม 139 ราย ซึ่งถือว่า ลดลงจากช่วงเทศกาลปีใหม่ในปีก่อนหน้า
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด
ช่วงเวลาที่พบอุบัติเหตุสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1️⃣ เวลา 18.00 น.
2️⃣ เวลา 14.00 น.
3️⃣ เวลา 17.00 น.
สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในช่วงเย็นและบ่ายซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความอ่อนล้า การเร่งรีบ และการเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลานาน
จังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด 5 อันดับแรก
1️⃣ นครราชสีมา
2️⃣ ชลบุรี
3️⃣ ขอนแก่น
4️⃣ เชียงใหม่
5️⃣ อุบลราชธานี
ซึ่งเป็นจังหวัดหลักด้านการเดินทาง ท่องเที่ยว และเส้นทางผ่านสำคัญ
บูรณาการทุกภาคส่วน เสริมความพร้อมระบบฉุกเฉิน

สพฉ.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเฝ้าระวังอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสำคัญโดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่มีความเสี่ยงสูง
ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ สายด่วน 1669จำนวน 80 ศูนย์ ครอบคลุมทุกจังหวัดพร้อมด้วยโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ สมาคมรวมถึงบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉินทั้งแพทย์ พยาบาล นักฉุกเฉินการแพทย์อาสาสมัคร และอาสาฉุกเฉินชุมชนทั่วประเทศ
เทคโนโลยีช่วยชีวิต: NDEMS Platform
อีกหนึ่งความพร้อมสำคัญคือการนำNDEMS Platform (National Digital Emergency Medical Services Platform)แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางด้านการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานทั้งระบบ
เมื่อประชาชนโทรแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669ผู้ปฏิบัติการสามารถ
ส่ง SMS เพื่อรับพิกัดที่เกิดเหตุ
ใช้ Video Call เพื่อประเมินอาการผู้ป่วย
ให้คำแนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นระหว่างรอรถฉุกเฉินเข้าถึงพื้นที่
ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และความมั่นใจให้กับผู้แจ้งเหตุ
พร้อมดูแลความปลอดภัยทุกสถานการณ์
ดร.พิเชษฐ์ ย้ำว่าระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยสามารถเข้าถึงประชาชนได้ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ใด
ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนพร้อมทำหน้าที่ในการเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างเต็มกำลังตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่และในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน



ความคิดเห็น